contact us

รอมะฎอนแห่งชีวิต
  Written by สำนักวิชาการ ฮิกมะฮฺ ดอทเน็ต
15  July  2014




 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذِينَ مِن قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ ﴿١٨٣﴾ أَيَّامًا مَّعْدُودَاتٍ ۚ فَمَن كَانَ مِنكُم مَّرِيضًا أَوْ عَلَىٰ سَفَرٍ فَعِدَّةٌ مِّنْ أَيَّامٍ أُخَرَ ۚ وَعَلَى الَّذِينَ يُطِيقُونَهُ فِدْيَةٌ طَعَامُ مِسْكِينٍ ۖ فَمَن تَطَوَّعَ خَيْرًا فَهُوَ خَيْرٌ لَّهُ ۚ وَأَن تَصُومُوا خَيْرٌ لَّكُمْ ۖ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿١٨٤﴾ شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِي أُنزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ هُدًى لِّلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِّنَ الْهُدَىٰ وَالْفُرْقَانِ ۚ فَمَن شَهِدَ مِنكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ ۖ وَمَن كَانَ مَرِيضًا أَوْ عَلَىٰ سَفَرٍ فَعِدَّةٌ مِّنْ أَيَّامٍ أُخَرَ ۗ يُرِيدُ اللَّـهُ بِكُمُ الْيُسْرَ وَلَا يُرِيدُ بِكُمُ الْعُسْرَ وَلِتُكْمِلُوا الْعِدَّةَ وَلِتُكَبِّرُوا اللَّـهَ عَلَىٰ مَا هَدَاكُمْ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ ﴿١٨٥﴾

ความว่า ((บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! การถือศีลอดนั้นได้ถูกำหนดแก่พวกเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเจ้ามาแล้วเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง  (คือถูกกำหนดให้ถือ) ในบรรดาวันที่ถูกนับไว้ แล้วผู้ใดในพวกเจ้าป่วยหรืออยู่ในการเดินทางก็ให้ถือใช้ในวันอื่น และหน้าที่ของบรรดาผู้ที่ถือศีลอดด้วยความลำบากยิ่ง (โดยที่เขาได้งดเว้นการถือ) นั้น คือการชดเชยอันได้แก่การให้อาหาร(มื้อหนึ่ง)แก่คนมิสกีนคนหนึ่ง (ต่อการงดเว้นจาการถือหนึ่งวัน) แต่ผู้กระทำความดีโดยสมัครใจ มันก็เป็นความดีแก่เขา และการที่พวกเจ้าจะถือศีลอดนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้  เดือนรอมฏอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกรุ-อานได้ถูกประทานลงมาในฐานะเป็นข้อแนะนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้น และเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ ดังนั้นผู้ใดในหมูพวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้น และผู้ใดป่วย หรืออยู่ในการเดินทาง ก็จงถือใช้ในวันอื่นแทน อัลลอฮ์ทรงประสงค์ให้มีความสะดวกแก่พวกเจ้า และไม่ทรงให้มีความลำบากแก่พวกเจ้าและเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ให้ครบถ้วน ซึ่งจำนวนวัน(ของเดือนรอมฏอน) และเพื่อพวกเจ้าจะได้ให้ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮ์ในสิ่งที่พระองค์ทรงแนะนำแก่พวกเจ้า และเพื่อพวกเจ้าจะขอบคุณ)) อัลบะเกาะเราะห์ / 183-185

 

จากอายะฮฺกุรอานข้างต้น มี 3 ประเด็นหลัก

1. บัญญัติการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ในเดือนชะอฺบาน ฮิจญเราะห์ศักราชที่ 2

 การถือศีลอดเป็นอิบาดะฮฺที่มีประวัติยาวนาน เพราะอัลลอฮฺได้แจ้งไว้ในอายะฮฺนี้ว่า “เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเจ้ามาแล้ว

1.1 รูปแบบการถือศิลอดของประชาชาติก่อนๆ อาจจะแตกต่างกันกับการถือศีลอดในยุคของนบีมุฮัมหมัด-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- เช่นการถือศีลอดของนบีดาวูด ที่ถือวันเว้นวัน

كما قال النبي صلى الله عليه وسلم لـ عبد الله بن عمرو بن العاص : " فصم يوماً وأفطر يوماً، وذلك صيام داود عليه السلام، وهو أعدل الصيام قلت إني أطيق أفضل منه يا رسول الله قال لا أفضل من ذلك" متفق عليه .

จงถือศีลอดวันเว้นวัน นั่นคือการถือศีลอดของดาวูด-อลัยฮิสสลาม- เป็นการถือศีลอดที่ดีที่สุด สมดุลย์ที่สุด ฉันกล่าวว่า(อับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมรุบนุล อาศ) ฉันสามารถถือศิลอดได้ดีกว่านบีดาวูด(หมายถึงได้มากกว่าที่นบีดาวูดเคยปฎิบัติ) ท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-กล่าวว่า ไม่มี(การถือศีลอด)ที่ประเสริฐกว่านี้อีกแล้ว มุตตะฟะกุนอลัยฮิ

1.2 การถือศีลอด ( อัศเศามุ หรือ อัศศิยามุ ) มีความหมายที่ให้กันทั่วไปในภาษาพูด หมายถึง การหยุด การระงับ การละเว้นจากสิ่งหนึ่งสิ่งใด เช่น

فَكُلِي وَاشْرَبِي وَقَرِّي عَيْنًا ۖ فَإِمَّا تَرَيِنَّ مِنَ الْبَشَرِ أَحَدًا فَقُولِي إِنِّي نَذَرْتُ لِلرَّحْمَـٰنِ صَوْمًا فَلَنْ أُكَلِّمَ الْيَوْمَ إِنسِيًّا ﴿٢٦﴾

ความว่า ((“ฉะนั้น จงกิน จงดื่ม และจงทำจิตใจให้เบิกบานเถิด หากเธอเห็นมนุษย์คนใดก็จงกล่าวว่า ฉันได้บนการสงบนิ่งไว้ต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานีฉันจะไม่พูดกับผู้ใดเลยวันนี้”)) มัรยัม / 26

1.3 หรือเราอาจจะเห็นร่องรอยของบัญญัติของการถือศีลอดในประชาชาติก่อนๆที่ตกทอด หรือถ่ายทอด หรือสืบทอด และเปลี่ยนรูปไปตามความเชื่อต่างๆเมื่อผ่านวันเวลาหลายๆปีเข้า เช่นการงดเว้นอาหารบางชนิด

        1.4 การอดอาหาร หรือการงดจากกิริยาใดๆ ยังเป็นเครื่องมือในการแสวงหาทางหลุดพ้นหรือบรรลุธรรมในศาสนา ลัทธิหรือความเชื่ออื่น

        1.5 บางครั้งการอดอาหารหรืองดกิริยาบางอย่าง ถูกใช้เป็นเครื่องมือแสดงออกทางการเมือง

        1.6 การถือศิลอด คำนิยามตามบัญญัติหมายถึง

الإمساك عن الأكل والشرب وسائر المفطرات مع النية من طلوع الفجر إلى غروب الشمس.

การงดเว้นจากการกิน การดื่มและจากสิ่งที่ทำให้เสียศีลอดต่างๆ โดยมีเจตนา ตั้งแต่แสงฟะยัรขึ้นจนอาทิตย์ลับขอบฟ้า

2. เป้าหมายของการถือศีลอดคือการเสริมสร้างและยกระดับพัฒนาตักวา (ความยำเกรง การสำรวมตน) ต่ออัลลอฮฺ

        2.1 ตักวาคืออะไร

عن ﻋﻠﻲ ﺑﻦ ﺃﺑﻲ ﻃﺎﻟﺐ ﺭﺿﻲ ﺍﻟﻠﻪ ﻋﻨﻪ : (( ﺍﻟﺘﻘﻮﻯ ﻫﻲ ﺍﻟﺨﻮﻑ ﻣﻦ ﺍﻟﺠﻠﻴﻞ ، ﻭﺍﻟﻌﻤﻞ ﺑﺎﻟﺘﻨﺰﻳﻞ ، ﻭﺍﻟﻘﻨﺎﻋﺔ ﺑﺎﻟﻘﻠﻴﻞ ، ﻭﺍﻹ‌ﺳﺘﻌﺪﺍﺩ ﻟﻴﻮﻡ ﺍﻟﺮﺣﻴﻞ )).

ท่านอะลีย์ อิบนิ อบี ฏอลิบกล่าวว่า ตักวา คือการมีความกลัวต่ออัลลอฮฺ การปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกประทานลงมา(อัลกุรอาน) มีความพอเพียงกับสิ่งเล็กน้อย(ใช้ชีวิตอย่างสมภะ) และเตรียมพร้อมสำหรับความตาย


ครั้งหนึ่งท่านอุมัรได้ถาม กะอฺบ ว่าตักวาคืออะไร

وسأل عمر  كعبا فقال له: ما التقوى؟ فقال كعب: يا أمير المؤمنين أما سلكت طريقا فيه شوك؟ قال: نعم. قال: فماذا فعلت؟ فقال عمر : أشمر عن ساقي، وانظر إلى مواضع قدمي وأقدم قدما وأؤخر أخرى مخافة أن تصيبني شوكة. فقال كعب: تلك هي التقوى.

      ท่านกะอฺบได้กล่าวกับท่านว่า โอ้ผู้นำของปวงผูศรัทธา ท่านเคยเดินไปในหนทางที่มีหนามหรือไม่ ท่านอุมัรตอบว่า เคยซิ ท่านกะอฺบ ถามว่า แล้วท่านทำอย่างไร ท่านอุมัรตอบว่า ฉันก็จะเตรียมพร้อม(ด้วยการกระชับผ้า หรือถลก)จากแข้งของฉัน มองไปที่เท้าของฉัน ก้าวเท้าหนึ่งออกไป แล้วยั้งเท้าหนึ่งไว้ ด้วยกลัวว่าหนามจะตำเท้า ท่านกะอฺบ กล่าวว่า นั่นหละคือตักวา(เปรียบเทียบความระมัดระวังในการเดิน กับความระมัดระวังในการประคองชีวิตไม่ให้ปะปนยุ่งเกี่ยวกับสิ่งต้องห้าม การฝ่าฝืนต่างๆ)

 

2.2 ตักวาคือคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์

قوله تعالى: يَا أَيُّهَا النَّاسُ إِنَّا خَلَقْنَاكُمْ مِنْ ذَكَرٍ وَأُنثَى وَجَعَلْنَاكُمْ شُعُوبًا وَقَبَائِلَ لِتَعَارَفُوا إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِنْدَ اللَّهِ أَتْقَاكُمْ [الحجرات:13

ความว่า ((โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ.นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ.นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน)) อัลหุญุรอต /13

وقال صلى الله عليه وآله وسلم: (لا فضل لعربي على أعجمي، ولا لأعجمي على عربي، ولا لأسود على أبيض، ولا لأبيض على أسود إلا بالتقوى، كلكم لآدم، وآدم من تراب) .

ท่านรอซูล-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-กล่าวว่า ชาวอาหรับมิได้ดีไปกว่าชนชาติอื่น และชาติอื่นก็มิได้ดีกว่าอาหรับ คนผิวดำไม่ได้ดีไปกว่าคนผิวขาว และคนขาวก็ไม่ได้ดีกว่าคนดำ นอกจากด้วยความตักวา(ยำเกรงเท่านั้น) ทุกๆคนมาจากอาดัม และอาดัมมาจากดิน

2.3 ผู้ถือศีลอดด้วยศรัทธา ย่อมเป็นผู้มีตักวาเบื้องต้นทุกคน แต่การถือศีลอดทุกวันติดต่อกันในเดือนรอมฎอน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความตักวาที่มีอยู่แล้วให้สูงขึ้น จึงมีข้อบัญญัติใช้ และส่งเสริมให้ทำความดีหลายๆประการ และข้อบัญติห้ามและให้ละเว้นหลายๆประการเช่นกัน เช่น การละหมาดในยามค่ำคืน การให้อาหารละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอด การบริจาคทาน ห้ามการพูดจาลามก หยาบคาย ห้ามด่าทอ ให้มีความอดทนอดกลั้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสื่อในการสร้างเสริมและพัฒนาตักวาทั้งสิ้น

3. อัลกุรอานถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอน

        3.1 อัลกุรอานถูกประทานลงมาครั้งแรกแก่ มุฮัมหมัด –ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-ขณะที่ท่านอยู่ในถ้ำฮิรออฺ ขณะที่ท่านอายุ 40 ปี เริ่มด้วยการที่ท่านฝันเห็นสิ่งดีๆในขณะที่ท่านนอน และท่านจะฝันเห็นอย่างเด่นชัด เช่นแสงอรุณ หลังจากนั้นท่านก็ชอบที่จะออกไปสู่ที่สงบ ท่านจะปลีกตัวไปอยู่ในถ้ำฮิรออฺ (ตะฮันนุษ-ปลีกวิเวกเพื่ออิบาดะฮฺ) เพื่ออิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ตามแนวทางของท่านนบีอิบรอฮีม เพื่อพิจารณาใคร่ครวญถึงสิ่งถูกสร้างรอบตัว และสิ่งที่มีอำนาจในการควบคุมและบริหารจัดการมัน ท่านไปครั้งละหลายๆวันแล้วก็กลับมาเพื่อเตรียมเสบียงและกลับไปใหม่ โดยที่ท่านปลีกตัวไปถ้ำฮิรออฺในลักษณะเช่นนี้ติดต่อกันถึง 3 ปี ก่อนที่จะได้รับวะฮีย์

ญิบรีลได้จำแลงกายมาหาท่านนบีมุฮัมหมัด –ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-ในรูปของมนุษย์ภายในถ้ำฮิรออฺ และสั่งให้ท่านอ่านอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งญิบรีลถ่ายทอดวะฮีย์แรกว่า

اقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ ﴿١﴾ خَلَقَ الْإِنسَانَ مِنْ عَلَقٍ ﴿٢﴾ اقْرَأْ وَرَبُّكَ الْأَكْرَمُ ﴿٣﴾ الَّذِي عَلَّمَ بِالْقَلَمِ ﴿٤﴾ عَلَّمَ الْإِنسَانَ مَا لَمْ يَعْلَمْ ﴿٥﴾

ความว่า ((จงอ่านด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงบังเกิด  ทรงบังเกิดมนุษย์จากก้อนเลือด  จงอ่านเถิด และพระเจ้าของเจ้านั้นผู้ทรงใจบุญยิ่ง  ผู้ทรงสอนการใช้ปากกา  ผู้ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้)) อัลอะลัก/1-5

 

จากนั้นกุรอานก็ถูกประทานลงมาเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 23 ปีในการเผยแพร่ของท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-

จนถึงวันที่ 9 เดือนซุลฮิจญะฮฺ ในวันฮัจญะตุลวะดะอฺ ของท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ในปีที่ 10 ฮิจญรียะฮฺ โดยอายะฮฺสุดท้ายที่ถูกประทานคือ

الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الْإِسْلَامَ دِينًا ۚ

ความว่า ((...วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว...)) อัลมาอิดะฮฺ / 3

กล่าวว่านี้คืออายะฮฺสุดท้ายของอะฮฺกาม(บทบัญญัติ) ส่วนอายะฮฺสุดท้ายที่ถูกประทานลงมาก่อนท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-จะเสียชีวิตก็คือ

وَاتَّقُوا يَوْمًا تُرْجَعُونَ فِيهِ إِلَى اللَّـهِ ۖ ثُمَّ تُوَفَّىٰ كُلُّ نَفْسٍ مَّا كَسَبَتْ وَهُمْ لَا يُظْلَمُونَ ﴿٢٨١﴾

ความว่า ((และพวกเจ้าจงยำเกรงวันหนึ่ง ซึ่งพวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์ในวันนั้น แล้วแต่ละชีวิตจะถูกตอบแทนโดยครบถ้วนตามที่ชีวิตนั้นได้แสวงหาไว้ และพวกเขาจะไดไม่ถูกอธรรม)) อัลบะเกาะเราะห์/281


 


 
รอมะฎอนแห่งชีวิต 2
รอมฎอน เดือนแห่งอัลกุรอาน เพื่อผลลัพท์อันสมบูรณ์ในการยกระดับอัตตักวา         แม้ว่าบัญญัติการถือศีลอด คือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดในการปฏิบัติของบรรดามุสลิมในเดือนรอมฎอน แต่มีอีกอย่างหน

รักอัลลอฮฺให้มากมาย ในเดือนรอมฎอน (1)
รักอัลลอฮฺให้มากมาย ในเดือนรอมฎอน     การปฏิบัติตามตำสั่งของอัลลอฮฺ ด้วยการถือศิลอดในเดือนรอมฎอน จะเพิ่มความรักต่ออัลลอฮฺ –ซุบฮานะฮู วะตะอาลา-ในหัวใจของผู้ถือศิลอด บรรดาผู้ใกล้ชิดอัลล

เตรียมพร้อมต้อนรับรอมฎอน ในเดือนชะบาน
     เดือนรอมฎอนอันประเสริฐจะมาเยือนเราอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ มุสลิมต่างเฝ้ารอวาระสำคัญนี้อย่างใจจดใจจ่อ สิ่งหนึ่งที่แสดงออกก็คือการที่พวกเขาเฝ้ารอที่จะปฏิบัติอิบาดะฮฺสำคัญ ใ

รอมฎอนมาถึงแล้ว (3)
ผลที่ได้รับ  ในทางร่างกาย วันที่อดร่างกายจะได้พัก เพราะระบบย่อยซึ่งเป็นระบบใหญ่ไม่ต้องทำงาน อวัยวะทุกส่วนจะได้พักไปด้วย เป็นการถนอมใช้ร่างกายของเราอย่างหนึ่ง การอดช่วยลดระดับสารพิษหรือสารอนุมูลอ

รอมฎอนมาถึงแล้ว (2)
และหลายโองการที่ให้ลักษณะของอัลกุรอานว่าการบำบัด وَنُنَزِّلُ مِنَ الْقُر

รอมฎอนมาถึงแล้ว (1)
รอมฎอนมาถึงแล้ว...  วันแรกของรอมฎอน ถึงตอนนี้คงต้องถามว่ารู้สึกยังไงกับรอมฎอน ปฏิเสธไม่ได้ว่ามุสลิมหลายคนยังไม่รู้ว่านี่เข้าเดือนบวชแล้วหรือนี่ บางคนไม่รู้และไม่อยากรับรู้ ไม่พูดถึงเสียด้วยซ้

  หน้า : 1
รอมะฎอน บางมุมของชีวิตศอฮาบะฮฺ
ศอฮาบะฮฺกับรอมะฎอน  أبو هريرة: ท่านอบี ฮุรัยเ
รอมะฎอนที่รอคอย 1438
รอมมะฎอนที่รอคอย    นอกเหนือจากการสรรเสริญขอบคุณต่ออัลลอฮฺแล้วสมควรเป็นอย่างยิ่งที่มุสลิม
ชะบาน เดือนแห่งการเตรียมตัว
เดือนชะอฺบาน เป็นเดือนที่ 8 ตามปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนก่อนหน้าเดือนรอมะฎอน เป็นเดือนที่อัลลอฮฺทรงให้ค
 
 

รายการ มะซาอุน คัยรฺ รอมฎอน 1435 ตอนที่ 3
 
 
 
 
 Home Page | Yesterday | ย่อโลกมุสลิม | ชวนคิดชวนคุย | ใจละมุนอุ่นละไม | Gallery | มะซาอ์ ออน ทีวี | ติดต่อทีมงาน
Copyright 2010. Higmah.net All rights reserved.
Web Conception by higmah Design Phuket. Tel (66) 7634 2200 Mobile (66) 89 6522514 Fax (66) 7634 2224