contact us
Welcome to Higmah.net คิดต่างอย่างสร้างสรรค์ และยึดมั่นในหลักการ

อิสลาม กับวิทยาศาสตร์
  Written by Abu Daniyal
15  January  2011




อิสลามกับวิทยาศาสตร์ 

บทนำ

     "หากมีใครก็ตามสามารถหาหนังสือที่ได้รับการแปลมาจากภาษาต่างชาติและหนังสือเล่มนั้นไม่มีอยู่ในห้องสมุดนำมาให้ผู้ปกครอง ผู้นั้นจะได้รับค่าตอบแทนเป็นทองคำบริสุทธิ์ที่มีน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักของหนังสือเล่มนั้น" ถ้าเกิดขึ้นในสมัยนี้ทุกคนคงจะไปที่ร้านหนังสือ ซื้อหนังสือเล่มที่ใหญ่ที่สุดเพื่อให้ได้หนังสือหนักๆที่สุด แล้วทำการแปลจะได้ไปแลกกับรางวัลที่มีมูลค่างดงาม

ปัจจุบันในคาบสมุทรอาหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่กล่าวขานกันอยู่เมื่อพูดถึงยุคสมัย อับบาซิยะฮฺ (อับบาซิต ตามภาษาอังกฤษที่เขียนว่า Abbasid Dynasty รุ่งเรืองอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 5-15) เนื้อหาของเรื่องไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงถึงความร่ำรวยหรือความฟุ่มเฟือยแต่กลับชื้ให้เห็นถึงความทุ่มเทของผู้ปกครอง (ที่เรียกตามภาษาอาหรับว่า คอลีฟ -caliph) สนับสนุนให้มีการแปลหนังสือ บทความ งานเขียน โดยเฉพาะด้านวิชาการทุกแขนงจากภาษาต่างๆตั้งแต่ภาษา กรีก โรมัน เปอร์เซีย อินเดีย จีน รวมถึงภาษาที่ตายแล้วเช่นภาษาในรูปแบบอักษรของอียิปต์โบราณ มาเป็นภาษาอาหรับ จนเกิดเป็นยุคแห่งการขับเคลื่อนในการแปล (Translation Movement)

      การขับเคลื่อนนี้เป็นหนึ่งในจุดเด่นของยุคอาณาจักร อับบาซิยะฮฺ (Abbasid Dynasty) ซึ่งตามทัศนะของมุสลิมแล้วยุคนี้เป็นยุคที่มีความรุ่งเรืองรองมาจากยุคของท่านนบีมุฮัมมัด -ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม- แต่ชาวตะวันตกกลับเรียกยุคอับบาซิยะฮฺว่าเป็นยุคทองของอิสลาม (Islamic Golden Age ตรงกับช่วงMedieval หรือ Dark age ของยุโรป) ถ้ามองตามทัศนะวัตถุนิยมของยุโรปเพียงด้านเดียวก็ไม่ผิดนัก เพราะในนักวิทยาศาสตร์ยุคนี้ได้ทิ้งความรู้และสิ่งประดิษฐ์ไว้มากมายให้คนในปัจจุบันได้ใช้กัน

     ก่อนที่จะมารู้จักนักวิทยาศาสตร์และผลงานของพวกเขา คงจะต้องมาทำความเข้าใจก่อนถึงสาเหตุที่ทำให้มีความรู้ในด้านต่างๆเกิดขึ้นอย่างมากมายโดยเฉพาะในสมัยอับบาซิยะฮฺ

ผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ทุกรุ่นทุกสมัยตั้งแต่ซีซ่าของโรมันถึงนโปเลียนของฝรั่งเศสต่างมีความเห็นเหมือนกันว่ารัฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง กับวิทยาศาสตร์นั้นจะต้องจูงมือเดินหน้าพัฒนาไปด้วยกันตัวอย่างเช่น ความรู้ทางด้านการแพทย์สามารถรักษาและช่วยชีวิต ทำให้มีประชากรที่มีสุขภาพดีในการพัฒนาบ้านเมืองและทำให้มีทหารที่แข็งแรง ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ กลศาสตร์และเคมีสามารถนำมาช่วยในการผลิตสินค้าเพื่อเศรษฐกิจที่ดีแม้กระทั่งใช้ในการทหารเพื่อชัยชนะในการสู้รบ ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ก็สามารถบอกถึงสภาพคล่องของรัฐ คำนวนการเก็บภาษี และการที่สามารถครอบครองความรู้ไว้ได้นั้นก็จะนำมาซึ่งอำนาจสูงสุดเหนือประชาชาติใดๆในโลกนี้ ดังเช่นอัลลอฮฺ-ซุบฮานะฮู วะตะอาลา-ได้ยืนยันไว้ในคุณลักษณะของพระองค์ว่า อัลลอฮฺ ผู้รอบรู้ทุกสิ่งและมีความรู้ในทุกอย่าง และไม่มีอำนาจใดเหนือพระองค์

     หลังจากการล่มสลายของอาณาจักรอุมายยาด (Umayyad Dynasty) ได้มีการรวบรวมและก่อตั้งอาณาจักรใหม่ชื่อว่า อาณาจักรอับบาซิยะฮฺ (Abbasid Dynasty) ด้วยการเล็งเห็นถึงความสำคัญของความรู้ คอลีฟท่านหนึ่งชื่อ อัลมันซูร (Al Manzur) ได้สั่งให้มีการก่อสร้างสถานที่ซึ่ง ความคิด ผลงาน การคิดค้น การค้นความ และสิ่งประดิษ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและคุณค่าอย่างมาก เป็นแหล่งศูนย์รวมที่จะให้นักปราชญ์ ผู้รู้ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในทุกแขนง จะมาพบปะสนทนา เรียนรู้หรือแม้กระทั่งถกเถียงอธิบายถึงศาสตร์ต่างๆระหว่างกันเอง และกับพ่อค้า เศรษฐี นักการเมือง แม่ทัพ ที่มีชื่อเสียงต่างๆ อีกนัยหนึ่งทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างเงินทองและสมอง ส่งผลให้มีองค์ความรู้ใหม่ๆออกมาอย่างมากมาย และสถานที่แห่งนั้นได้ถูกให้ชื่อว่า บัยตุลฮิกมะฮฺ (House of Wisdom -บ้านแห่งศาสตร์ แปลโดยผู้เขียน)

                                                                                                                                   ขอบคุณภาพจาก belahdan.com

     เมื่อาอนาจักรมีดินแดนอันกว้างไกลตั้งแต่ประเทศอีหร่านในปัจจุบันจนถึงประเทศสเปน การปกครองผู้คนที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีภาษาเฉพาะถิ่น และมีระยะทางที่ไกลกัน นั้นเป็นปัญหามากโดยเฉพาะเมื่อต้องการพัฒนาประชากรทั้งหมด จึงทำให้ในสมัยอับบาซิยะฮฺประกาศให้ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาของานาจักรเพียงภาษาเดียว โดยมีเหตุผลสนับสนุนว่าภาษาอาหรับเป็นภาษาที่ใช้ในกุรอาน ประกอบกับประชากรมากกว่า 90% นับถือศาสนาอิสลามจึงได้รับการตอบสนองอย่างดี ผลทำให้วิชาความรู้ได้เกิดการพัฒนาขึ้นในวงกว้างอย่างรวดเร็วเพราะนักวิชาการจากสเปนสามารถถกกับนักวิชาการจากแบกแดดได้อย่างดี

      ต่อมาเมื่อราวๆปี ค.ศ. 800 หรือ ฮ.ศ. 220 ผู้ปกครองอาณาจักรอับบาซิยะฮฺซึ่งมีเมืองหลวงอยูที่แบกแดดได้ทำการลงทุนระดับเมกก้าโปรเจกซึ่งเป็นโปรเจคระดับโลก นั่นคือออกทุนให้ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในทุกแขนงวิชาได้ทำการแปลหนังสือ บทความ และข้อเขียนทุกอย่างจากทุกประเทศและทุกภาษาที่จะสามารถหามาได้ แล้วนำมาแปลเป็นภาษาอาหรับ โดยตั่งค่าจ้างไว้อย่างสวยงามเท่ากับทองคำ 500 ดีนาร์ต่อเดือน ส่งผลให้ผู้ที่หลงใหลในความรู้และ/หรือค่าสินจ้างจากทั่วทุกทิศพยายามที่จะมามีส่วนในโปรเจคนี้ จนทำให้เกิดยุคแห่งการขับเคลื่อนในการแปล (Translation Movement) และก่อให้เกิดนักวิชาการมากมายจนนักเดินทางในสมัยนั้นกล่าวสะท้อนถึงความเจริญทางด้านความรู้ความชำนาญของอาณาจักรอับบาซิยะฮฺไว้โดยสรุปได้ว่า “ไม่มีใครที่จะมีการเรียนรู้ในทุกสาขาวิชามากไปกว่านักปราชญ์ของสาขานั้นๆในอับบาซิยะฮฺ และไม่มีใครที่จะกระตือรือร้นขวนขวายหาความรู้มากไปกว่าประชาชนของอับบาซิยะฮฺอีกแล้ว”

 อาจจะสรุปได้ว่าเพราะปัจจัยใหญ่ๆสี่อย่าง คือ

1. ผู้ปกครองมีวิสัยทัศน์และดำเนินการพัฒนาประชากรให้มีความรู้อย่างจริงจัง

2. มีสถานที่เพื่อแหล่งศูนย์รวมความรู้ที่ทุกคนทุกชนชั้นสามารถเข้าไปหาความรู้ได้ นั่นคือ บัยตุลฮิกมะฮฺ (House of wisdom)

3. การประกาศให้ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาของอาณาจักรเพียงภาษาเดียวก็เหมือนกับจัดการด้านการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและสะดวกต่อประชากร 

4. ส่งเสริมจนทำให้เกิดยุคแห่งการขับเคลื่อนในการแปล (Translation Movement) เมื่อมีข้อมูลดิบและแหล่งอ้างอิงมากก็สามารถต่อยอดได้สูง

ปัจจัยใหญ่ๆข้างต้นนี้เองที่มีส่วนทำให้ประวัติศาสตร์ในช่วงศตวรรษที่ 5 -15 ต้องเพิ่มชื่อนักวิทยาศาสตร์ลงบนบันทึกคาดว่ามากกว่าหนึ่งร้อยชื่อ อินชาอัลลออฺ ในบทความต่อไปจะขอคุยถึงแนวคิดในการคิดค้นหรือประดิษฐ์สิ่งต่างๆของนักวิทยาศาสตร์อิสลามโดยเฉพาะในยุคอับบาซิยะฮฺ

 

 

อนุญาตให้เผยแพร่ต่อได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงต้นฉบับและระบุที่มา (higmah.net  )ทุกครั้ง



  หน้า :
รอมะฎอน บางมุมของชีวิตศอฮาบะฮฺ
ศอฮาบะฮฺกับรอมะฎอน  أبو هريرة: ท่านอบี ฮุรัยเ
รอมะฎอนที่รอคอย 1438
รอมมะฎอนที่รอคอย    นอกเหนือจากการสรรเสริญขอบคุณต่ออัลลอฮฺแล้วสมควรเป็นอย่างยิ่งที่มุสลิม
ชะบาน เดือนแห่งการเตรียมตัว
เดือนชะอฺบาน เป็นเดือนที่ 8 ตามปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนก่อนหน้าเดือนรอมะฎอน เป็นเดือนที่อัลลอฮฺทรงให้ค
 
 

รายการ มะซาอุน คัยรฺ รอมฎอน 1435 ตอนที่ 3
 
 
 Home Page | Yesterday | ย่อโลกมุสลิม | ชวนคิดชวนคุย | ใจละมุนอุ่นละไม | Gallery | มะซาอ์ ออน ทีวี | ติดต่อทีมงาน
Copyright 2010. Higmah.net All rights reserved.
Web Conception by higmah Design Phuket. Tel (66) 7634 2200 Mobile (66) 89 6522514 Fax (66) 7634 2224